เกษตรจังหวัดพะเยาเตือนภัยการระบาดหนอนกระทู้ Fall Armyworm ในแปลงข้าวโพด อำเภอปงและเชียงคำ 

จากการสำรวจเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ขณะนี้พบการแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ Fall Armyworm ในพื้นปลูกข้าวโพดของอำเภอปง และอำเภอเชียงคำ ในบางพื้นที่แล้ว สามารถแพร่กระจายทางอากาศได้อย่างรวดเร็ว และมีโอกาสขยายพื้นที่การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดพะเยาได้ สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา จึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรเฝ้าระวังการระบาดของหนอนกระทู้ชนิดนี้ ในแปลงของท่านอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะของหนอนกระทู้ fall armyworm ระยะหนอน ส่วนบนของหัวมีแถบสีขาวเป็นรูปตัว Y หัวกลับ
หลังและด้านข้างมีแถบสีขาวตามยาวลำตัว ปล้องท้องก่อนปล้องสุดท้ายมีจุดสีด ำ 4 จุด เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ตัวเต็มวัยมีขนาด 3.2-4.0 ซม มีแถบสีขาวที่ ขอบปีกคู่หน้า กลางปีกมีแถบลักษณะเป็นวงรีสีน้ำตาล เพศเมียมีสีและลวดลายจางกว่าเพศผู้หนึ่งรอบวงจรชีวิตของหนอนกระทู้ fall armyworm ใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน เมื่อผสมพันธุ์แล้ว  เพศเมียจะวางไข่ในเวลากลางคืน โดยวางไข่เป็นกลุ่มใต้ใบพืช แต่ละกลุ่มจะมีไข่ประมาณ 100 – 200 ฟอง และมี ขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม เพศเมียหนึ่งตัววางไข่ได้ประมาณ 1,500-2,000 ฟอง ระยะไข่ 2-3 วัน หนอนมี 6 วัย ระยะหนอน 14-22 วัน หนอนที่โตเต็มมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3.2-4.0 ซม. หนอนจะทิ้งตัวลงดินเพื่อเข้าดักแด้  ระยะดักแด้ 7-13 วัน จึงออกเป็นตัวเต็มวัยและมีชีวิตอยู่ได้ 10-21 วัน ตัวเต็มวัยสามารถบินได้เฉลี่ย 100 กิโลเมตร ต่อคืน

ลักษณะการเข้าทลาย การทำลายพืชเกิดขึ้นในระยะที่เป็นตัวหนอนเท่านั้น หนอนจะระบาดทำลายข้าวโพดตั้งแต่อายุประมาณ  7 วัน จนกระทั่งออกฝัก โดยกัดกินยอดและใบข้าวโพดแหว่งหรือกัดกินทั้งแผ่นใบ และจะพบตัวหนอนหลบซ่อน แสงอยู่ที่ยอดหรือโคนกาบใบข้าวโพด ความเสียหายที่เห็นได้ชัดคือ ในระยะต้นอ่อนทำให้พืชตาย ระยะต้นแก่พืช จะไม่เจริญเติบโต ฝักลีบเล็กไม่สมบูรณ์ หากระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตเสียหาย 73% ของพื้นที่

พืชอาหาร  หนอนกระทู้ fall armyworm มีพืชอาหารมากกว่า 80 ชนิด ซึ่งนอกจากข้าวโพดแล้ว ยังมีพืชอาศัยอื่นที่ เป็นแหล่งอาหาร เช่น ข้าว อ้อย ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี มะเขือเทศ มันฝรั่ง ยาสูบ ฝ้าย ทานตะวัน กล้วย กระเทียม ขิง มันหวาน พริกหยวก พืชวงศ์กะหล่ำพืชวงศ์แตง พืชวงศ์ถั่ว และพืชผักอีกหลายชนิด สร้างความเสียหายในระยะหนอนกินใบ สามารถแพร่กระจายทางอากาศได้อย่างรวดเร็ว

………………..

ข้อปฏิบัติในการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ Fall armyworm ของจังหวัดพะเยา

1. การใช้สารเคมี หากพบการทำลายประมาณ 20 % ในพื้นที่ปลูกข้าวโพดต้นอ่อน (อายุ 7-60 วัน) หรือ 40 % ในข้าวโพดต้นแก่ (60 วันถึงระยะเก็บเกี่ยว) ให้ใช้สารเคมีกำจัดดังนี้

​​1.1 ใช้สารฟลูเบนไดอะไมด์(flubendiamide) 20% WG อัตรา 6 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอแรนทรานิลิโพรล(chlorantraniliprole) 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (สารในกลุ่ม 28) หรือ

​​1.2 สารคลอฟีนาเพอร์ (chlorfenapyrX10% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (สารในกลุ่ม 13) หรือ

​​1.3 สารอิดอกซาคาร์บ (indoxacarb) 15% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (สารในกลุ่ม 22 )

ควรพ่นสารฆ่าแมลงทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-4 ครั้ง และต้องสลับกลุ่มสารทุก 30 วัน (1 วงรอบชีวิต) เพื่อลดความต้านทานสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชของหนอนกระทู Fall armyworm

2. การใช้ชีววิธี หากพบการเข้าทำลายน้อยกว่า 20% หรือเมื่อสามารถควบคุมหนอนกระทู้Fall armyworm ได้แล้ว ต้องหมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเลือกใช้วิธีป้องกันกำจัด ดังนี้

​​2.1 ใช้เชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ทูริงเจนซิส สายพันธุ์ไอซาไว หรือสายพันธุ์คอสตากี้ (Bacillus thuringiensis var. Aizawai, Bacillus thuringiensis var. kurstaki) ฉีดพ่นทุก 4-7 วัน อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก

​​2.2 ปล่อยแมลงหางหนีบในอัตรา 100 ตัวต่อไร่ เพื่อทำลายตัวหนอนในแปลงข้าวโพด

​​2.3 ปล่อยแตนเบียนไข่ทริโคแกรมม่า(Trichogramma spp.) โดยนำแผ่นไข่แตนเบียนไปติดที่ใบข้าวโพด ในอัตรา 10 แผ่นต่อไร่ (20,000 ตัว)

​​2.4 ปล่อยมวนพิฆาตหรือมวนเพชฌฆาต อัตรา 100 ตัวต่อไร่

​​2.5 ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (Beauverriabasiana) หรือเชื้อราเมตาไรเซียม (Metarhiziumanisopliae) อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 50 ลิตร ผสมสารจับใบ ฉีดพ่นช่วงเย็น ทุกๆ 5-7 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง

3. การใช้วิธีกล

​​3.1 หมั่นสำรวจแปลงปลูกพืชเมื่อพบตัวหนอนให้ใช้มือจับทำลาย

​​3.2 ใช้กับดักกาวเหนียว หรือกับดักแสงไฟ ล่อตัวเต็มวัวมาทำลาย

4. การเขตกรรม และวิธีอื่นๆ

​​4.1 กำจัดพืชอาศัยอื่นที่เป็นแหล่งอาหารของของหนอนกระทู้

​​4.2 หากการทำลายรุนแรงจนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ให้ไถทำลายแปลงปลูกพืช
และไถพรวนเพื่อทำลายดักแด้ที่อยู่ในดิน

​​​​​​​กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา

​​​​​​​โทร. 0 5488 7050 ต่อ 28