#ด่านบ้านฮวก ครม.เห็นชอบยกระดับเป็นด่านถาวร พะเยาทีวี รับรายงานว่า วันนี้ (31 กรกฎาคม 2561) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจาสานักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมแถลงผลการประชุม คณะรัฐมนตรี ซึ่งสรุปสาระสาคัญ หนึ่งในนั้น คือ เรื่อง การยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าบ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นจุดผ่าน แดนถาวร

เรื่อง การยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าบ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นจุดผ่านแดนถาวร
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบดังนี้
1. เห็นชอบการดาเนินการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าบ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นจุด
ผ่านแดนถาวร โดยให้กระทรวงมหาดไทย ดไเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่ สไนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ สาหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป ตามความเห็นของสไนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้สานักงานสภาความ มั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงกลาโหม กระทรวงการ ต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และข้อสังเกตของกระทรวงพาณิชย์ไปพิจารณาดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
2. ให้กระทรวงยุติธรรมนำประเด็นเกี่ยวกับการเปิดสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติด ชายแดน อาเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ในแผนบริหารจัดการพื้นที่รองรับการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้า บ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นจุดผ่านแดนถาวรไปประสานกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
3. ให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามแผนที่ กำหนดไว้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การขนส่ง ศิลปวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง เช่น การก่อสร้างถนนและจุดเปลี่ยนช่องจราจร โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แผนงาน/โครงการในการบริหารจัดการพื้นที่ เป็นต้น
4. กรณีมีความจำเป็นต้องก่อสร้างหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ บริเวณชายแดน ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องประสานกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยและกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวง การต่างประเทศ ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนการดำเนินการ ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2542
(เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนหรือกระทำกิจการใด ๆ ตามบริเวณชายแดน) และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 (เรื่อง การระงับการก่อสร้างถนนบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์)
ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัดด้วย
5. สาหรับการดำเนินการในระยะต่อไป ที่มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมและ การก่อสร้างถนนซึ่งมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไปด้วย

  1. พะเยาทีวี รายงาน