Site icon พะเยาทีวี

ผมจะเล่าให้ฟังนะฮะ คือผมเนี่ยเป็น…เขยพะเยา : มองพะเยาแบบเร่รอน เรย์ แมคโดนัล

Screenshot

เรย์ แมคโดนัลด์พาแอ่วพะเยา

เมื่อการเดินทางทำให้เห็นว่า “พะเยาไม่ได้มีแค่กว๊าน”

 

ถ้าเอ่ยชื่อ “พะเยา” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงอาจหนีไม่พ้น “กว๊านพะเยา”

ผืนน้ำขนาดใหญ่กลางเมือง ภูเขาที่โอบล้อมอยู่ด้านหลัง วิถีชีวิตเรียบง่าย และบรรยากาศสงบ ๆ ที่ทำให้พะเยาดูเหมือนเป็นเมืองที่ไม่ต้องรีบร้อนกับใคร

แต่สำหรับเรย์ แมคโดนัลด์ ครั้งนี้เขาไม่ได้อยากพาเราไปดูเพียงกว๊านพะเยา

ในฐานะ “เขยพะเยา” เขาออกเดินทางเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า จังหวัดนี้มีอะไรซ่อนอยู่อีกมากมาย และคำพูดที่ว่า “พะเยาไม่มีอะไร” อาจถึงเวลาต้องมองกันใหม่

“ผมยอมไม่ได้ ครั้งนี้แหละผมจะพาท่านผู้ชมไปเอาให้เห็นว่าที่นี่มีอะไรมากกว่ากว๊านพะเยา”

การเดินทางจึงเริ่มต้นจากภูเขา ก่อนจะค่อย ๆ ลงมาสู่ผืนป่า ดิน บ้าน อาหาร และท้ายที่สุดกลับมาที่กว๊านอีกครั้ง

แต่เป็นกว๊านที่มองเห็นต่างไปจากเดิม

จากผาช้างน้อย สู่พะเยาอีกด้านที่หลายคนยังไม่เคยเห็น

จุดหมายแรกคือ “ภูลังกา”

เรย์ยอมรับตรง ๆ ว่า ก่อนเดินทางมา เขาเองยังนึกไม่ถึงว่าภาพภูเขาและทะเลหมอกแบบนี้จะอยู่ในจังหวัดพะเยา

ไฮไลต์ของที่นี่คือวิว “ผาช้างน้อย” ภาพภูเขาที่กลายเป็นเหมือนภาพจำของภูลังกาในวันนี้ และรอบ ๆ เส้นทางก็เริ่มมีที่พัก บังกะโล และร้านกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับเรย์ นี่เป็นเพียง “ออร์เดิร์ฟ”

เพราะพะเยาที่เขาตั้งใจพาไปดู ยังมีอีกหลายชั้นให้ค้นหา

เมื่อการท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ : คืนหนึ่งที่แม่ปืม

จากภูเขา เรย์พาเราเข้าสู่ธรรมชาติอีกแบบที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม

คราวนี้ไม่ใช่การขึ้นไปชมวิวแล้วกลับลงมา แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติผ่านกิจกรรม “แคมปิ้ง”

มีทั้งอ่างเก็บน้ำ ภูเขา และพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ โดยมีจุดแคมป์อยู่ 3 จุด

ช่วงเวลาที่เดินทางคือช่วงปีใหม่ อากาศเย็นประมาณ 10 องศาเซลเซียส จึงยิ่งเหมาะกับการใช้ชีวิตช้าลงอีกนิด

เรย์มองว่าการแคมปิ้งกำลังกลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนเมืองที่ต้องการพาครอบครัวและลูกหลานออกมาสัมผัสธรรมชาติ

และบางที สิ่งที่เราออกตามหาในการเดินทางอาจไม่ใช่สถานที่ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็น “เวลาของตัวเอง” ที่หายไปจากชีวิตประจำวัน

จากธรรมชาติ สู่ “ดิน” ที่ทำให้เราได้กลับมารู้จักตัวเอง

แต่ถ้าธรรมชาติยังช่วยฮีลใจได้ไม่มากพอ เรย์ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เขาเชื่อว่าจะช่วยเติมแรงบันดาลใจให้กับชีวิต

บ้านดินคำปูจู้

ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้การทำ “บ้านดิน” และ “เตาดิน” ซึ่งต่อยอดไปถึงงานอาหาร เซรามิก และกิจกรรมเวิร์กชอปต่าง ๆ

เรย์ได้พบกับ “ครูโชะ” ผู้ที่เริ่มต้นสร้างบ้านดินจากความต้องการง่าย ๆ ของคนคนหนึ่ง

เขาอยากมีบ้านของตัวเอง

แทนที่จะเลือกบ้านตามแบบทั่วไป เขากลับถามตัวเองว่าบ้านแบบไหนที่จะตอบโจทย์วิถีชีวิตของเขา และคำตอบก็คือ “บ้านดิน” เพราะเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่า “เราทำได้”

จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากการเรียนหลักสูตรใหญ่โต หากแต่มาจากหนังสือหนึ่งเล่ม และแรงบันดาลใจจากครูผู้บุกเบิกเรื่องบ้านดิน

บ้านหลังแรกไม่ได้สมบูรณ์แบบถึงขั้นสำเร็จในครั้งเดียว แต่ความผิดพลาดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และต่อมากลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดให้คนอื่นเข้ามาศึกษา

สิ่งน่าสนใจจึงไม่ใช่เพียง “บ้านดินทำอย่างไร”

แต่คือการได้เห็นว่า ความฝันเล็ก ๆ ของคนคนหนึ่งสามารถเติบโตกลายเป็นพื้นที่ที่คนอื่นเข้ามาเรียนรู้และสร้างความฝันของตัวเองต่อได้อย่างไร

ครูจุ้ยบอกถึงความหมายของการกลับมาสัมผัสดินไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้เราจะเดินอยู่บนดินทุกวัน แต่การกลับมาสัมผัสดินครั้งนี้มีเป้าหมายใหม่ เพราะมันคือการใช้ดินสร้างที่อยู่อาศัย และทำให้จิตใจของคนเติบโตไปพร้อมกัน

บ้านดินจึงไม่ได้หมายถึงการเอาดินมาปั้นเป็นบ้านเท่านั้น

แต่ต้องเข้าใจวัสดุ เข้าใจโครงสร้าง และเข้าใจว่าทำอย่างไรให้บ้านนั้นแข็งแรงและปลอดภัย

เมื่อ “ปลาส้ม” กลายเป็นพิซซ่า

แล้วการเรียนรู้ก็เดินทางต่อจากบ้านไปสู่ครัว

เตาดินที่สร้างขึ้นไม่ได้มีไว้เพียงโชว์ แต่ถูกนำมาใช้ทำอาหารจริง ๆ

หนึ่งในเมนูที่เรย์ได้ลองคือ “พิซซ่าหน้าปลาส้ม” อาหารที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพบกับอาหารสไตล์ตะวันตก และเพิ่มดอกมะรุมเข้าไปอีก

ปลาส้มซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของพะเยา จึงไม่ได้ถูกวางไว้ในกรอบเดิม ๆ ว่าต้องกินกับข้าวเหนียวหรือเป็นกับข้าวเท่านั้น

มันสามารถเดินทางไปอยู่บนพิซซ่าได้ด้วย

และเมื่อเรย์ลองชิม เขาถึงกับออกปากชมเรื่องแป้ง ก่อนจะพูดถึงปลาส้มในฐานะหนึ่งในของดีที่คนมาเยือนพะเยาควรได้ลอง

นี่อาจเป็นอีกภาพหนึ่งของพะเยาที่น่าสนใจ

เมืองไม่ได้จำเป็นต้องสร้างของใหม่ทั้งหมด แต่สามารถหยิบของที่มีอยู่แล้วมาคิดใหม่ และเล่าเรื่องใหม่ได้

จากดินและปลาส้ม กลับมาสู่ “ข้าวพะเยา”

การเดินทางครั้งนี้ยังพาเรย์ไปพบกับอีกหนึ่งเรื่องที่เขาเพิ่งค้นพบ นั่นคือ “ข้าวหอมมะลิพะเยา” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI

ในงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา” ภายใต้แนวคิด “อิ่มไอหนาว แอ่วม่วนล้ำ @กว๊านพะเยา” เขาแวะไปที่บูธกรมการข้าว เพื่อทำความรู้จักกับข้าว GI ของจังหวัดพะเยา

GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นเครื่องหมายที่สะท้อนความเฉพาะเจาะจงของสินค้าและพื้นที่ ทั้งในเรื่องสภาพแวดล้อม น้ำ ดิน และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีส่วนทำให้ผลผลิตมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะถิ่น

ข้าวหอมมะลิพะเยาถูกพูดถึงในแง่ของลักษณะเมล็ดที่เรียวยาว หุงขึ้นหม้อ และมีกลิ่นหอม โดยในบทสนทนายังกล่าวถึงข้าวที่ได้รับรางวัลระดับประเทศด้วย

และแน่นอนว่า การรู้จักข้าวจะสมบูรณ์ได้อย่างไร หากไม่ได้ชิม

คราวนี้มีเมนู “ปลาส้มทรงเครื่อง” เสิร์ฟคู่กับข้าวหอมมะลิ GI ของจังหวัดพะเยา

จากวัตถุดิบสองอย่างที่ดูเรียบง่าย กลับกลายเป็นเรื่องราวของพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ

พะเยาอาจไม่ได้ขาย “สถานที่” แต่กำลังขาย “วิถีชีวิต”

เมื่อเดินทางมาถึงตรงนี้ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

แต่เป็นการได้เห็นว่าแต่ละสถานที่กำลังบอกเรื่องเดียวกันในคนละภาษา

ภูลังกาพูดผ่านภูเขาและวิวผาช้างน้อย

แม่ปืมพูดผ่านป่า น้ำ และการพักแรม

บ้านดินคำปูจู้พูดผ่านดิน ความรู้ และการลงมือทำ

พิซซ่าหน้าปลาส้มพูดผ่านการนำของพื้นถิ่นมาตีความใหม่

ส่วนข้าวหอมมะลิ GI พูดผ่านเรื่องของดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม และคุณค่าของผลผลิตจากพื้นที่

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แยกขาดออกจากกัน

มันคือพะเยาในหลายมิติ

และเมื่อกลับมาถึงกว๊านพะเยาอีกครั้ง เรย์ก็พบว่าความหมายของ “กว๊าน” อาจกว้างกว่าผืนน้ำที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า

ครูจุ้ยมองว่า กว๊านอาจไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่อาจหมายถึงวิถีชีวิตของคนพะเยาที่ผูกพันกับน้ำ ความสงบ ความเรียบง่าย และจังหวะชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ

บางทีนี่อาจเป็นเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของพะเยา

ไม่ใช่เมืองที่ต้องพยายามทำตัวให้เหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่น

แต่เป็นเมืองที่ยังมีพื้นที่ให้คนได้หยุด ได้มอง ได้กิน ได้เรียนรู้ และได้ทบทวนตัวเอง

พะเยาไม่ได้มีแค่กว๊าน

การเดินทางของเรย์ แมคโดนัลด์ครั้งนี้จึงเหมือนการค่อย ๆ เปิดกล่องของขวัญทีละชั้น

เปิดกล่องแรก เจอภูเขาที่ภูลังกา

เปิดกล่องต่อมา เจอธรรมชาติและการแคมปิ้งที่แม่ปืม

เปิดอีกกล่อง เจอดิน บ้าน และคนที่สร้างการเรียนรู้จากมือของตัวเอง

เปิดต่อไป เจอพิซซ่าหน้าปลาส้ม

และเมื่อเปิดกล่องสุดท้าย กลับเจอข้าวหอมมะลิพะเยา สินค้า GI ที่พาเรื่องราวของดิน น้ำ และพื้นที่กลับมาสู่โต๊ะอาหาร

สุดท้ายแล้ว การบอกว่า “พะเยามีแค่กว๊าน” อาจไม่ผิดเสียทีเดียว

เพราะกว๊านคือสิ่งที่ทำให้คนจดจำพะเยา

แต่สิ่งที่ทำให้คนอยากกลับมา อาจเป็นเรื่องราวที่อยู่รอบ ๆ กว๊านนั้นต่างหาก

สำหรับเรย์ ในฐานะ “เขยพะเยา” เขาทิ้งท้ายไว้อย่างเป็นกันเองว่า ครั้งหน้า หากใครเดินทางผ่านพะเยา ไม่ว่าจะขาไปหรือขากลับ ลองแวะพักสักหนึ่งหรือสองคืน

เพราะพะเยาไม่ได้มีแค่กว๊าน

และบางที ถ้าได้ลองอยู่สักคืน เราอาจพบว่าเสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า “มีอะไรให้เที่ยวมากแค่ไหน”

แต่อยู่ที่ว่า เมื่อเราอยู่ที่นี่แล้ว เรารู้สึกอย่างไรกับชีวิตของตัวเอง

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนบางคนมาเที่ยวพะเยา แล้วสุดท้ายไม่ได้เป็นเพียงนักท่องเที่ยว

แต่กลายเป็น “เขยพะเยา” อย่างเรย์ แมคโดนัลด์

 

Exit mobile version